วิชาธรรมกายบรรลุพระอรหันต์ได้หรือไม่






มีคนไปตั้งกระทู้ถามในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งว่า “วิชชาธรรมกายสามารถทำให้คนบรรลุได้หรือไม่” เนื้อหาของกระทู้ก็มีสั้นๆ ดังนี้

ผมอยากรู้จริงๆ ช่วยบอกผมหน่อยนะครับ

ก็มีคนมาให้ความคิดเห็นกันแบบสมองหมา ปัญญาควายตามปกติธรรมเนียม หาการพัฒนาขึ้นไม่ได้ โง่ดักดานอย่างไร พวกนั้นก็โง่ดักดานอยู่อย่างนั้น

ใครสนใจจะอ่านความเป็นสมองหมา ปัญญาควายของคนกลุ่มนั้น ก็ตามไปอ่านในลิงก์ที่ผมทำไว้ด้านท้ายได้เลย

ฝ่ายที่ “เกลียดวัดธรรมกายมันก็เอาแต่ข้อมูลงี่เง่าของมันมาอ้าง”  ฝ่ายวัดพระธรรมกาย ก็หาข้อมูลที่เป็นหลักฐานแน่นหนาไม่ได้ 

มีคนที่ให้ความเห็นพอจะเข้าท่าเข้าทางน้อยมาก  และไม่มีใครเอ่ยถึงหนังสือของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่เป็นตำราเลย

สาวกของวัดพระธรรมกาย มันก็อ่านเฉพาะหนังสือเทศน์ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ มันก็ช่วยอะไรไม่ได้  

มีอยู่คนหนึ่ง  เอาแต่ข้อมูลลงไปแบบหนักหนาสาหัส คล้ายๆ หมอผีเฉลิมศักดิ์ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้อีกเช่นเดียวกัน

เมื่อพิจารณาจากกระทู้แล้ว  คนถามสงสัยว่า “วิชาธรรมกายสามารถทำให้ผู้เรียนบรรลุพระอรหันต์ได้หรือไม่

คำตอบก็คือ “ได้” และมีตำรายืนยัน และตรงกับพระไตรปิฎกด้วย ซึ่งไม่มีใครอธิบายได้ดีเท่ากับหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกแล้ว

ก่อนอื่นต้องขออธิบายคำว่า “วิชาธรรมกาย” หรือ “วิชชาธรรมกาย” เสียก่อน เพราะ ผมเคยไปออกรายการโทรทัศน์ก็พบกับความเข้าใจผิดในคำดังกล่าวมาแล้ว

เรื่องนี้ ต้องอธิบายเพิ่มเติมหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชชา 8 กับวิชชา 3 ดังนี้

วิชชา 8 (ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ)
       1. วิปัสสนาญาณ (ญาณในวิปัสสนา)
       2. มโนมยิทธิ (ฤทธิ์สำเร็จด้วยใจ)
       3. อิทธิวิธิ (แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้)
       4. ทิพพโสต (หูทิพย์)
       5. เจโตปริยญาณ (ความรู้ที่กำหนดใจผู้อื่นได้)
       6. ปุพเพนิวาสานุสสติ (ระลึกชาติได้)
       7. ทิพพจักษุ (ตาทิพย์)
       8. อาสวักขยญาณ (ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ)

วิชชา 3 (ความรู้แจ้ง, ความรู้วิเศษ)
       1. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ (ระลึกชาติได้)
       2. จุตูปปาตญาณ (รู้จุติและอุบัติแห่งสัตว์ทั้งหลาย, เห็นการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย เรียกอีกอย่างว่า ทิพพจักขุญาณ)
       3. อาสวักขยญาณ (ญาณหยั่งรู้ในธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย, ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ, ความตรัสรู้)

ขอให้สังเกตว่า 3 วิชชาสุดท้ายของวิชชา 8 ก็คือ วิชชา 3 นะครับ  แล้ว วิชชา 3 นี่แหละ ทำให้พระพุทธเจ้าบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ

หลักฐานก็มาจากเวรัญชภัณฑ์สูตร พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ มหาวิภังค์ ปฐมภาค  พระองค์ได้อธิบายต่อเรื่องเวรัญชพราหมณ์ว่า การบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ พระองค์ได้เดินวิชา ดังนี้

- ปฐมฌาน
- ทุติยฌาน
- ตติยฌาน
- จตุตถฌาน
- บุพเพนิวาสานุสสติญาณ
- จุตูปปาตญาณ
- อาสวักขยญาณ (พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑  พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑)

ที่นี้ก็มาเข้าเรื่องถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า คำว่า “วิชาธรรมกาย” หรือ “วิชชาธรรมกาย” กัน

คำว่า “วิชาธรรมกาย” หรือ “วิชชาธรรมกาย” นั้น ไม่ได้หมายความว่า “มีวิชชาขึ้นมาอีกวิชชาหนึ่ง เป็นวิชชาที่ 9” หรือ วิชชาที่ 4  หรืออะไรทำนองนั้น 

วิชาธรรมกายเป็นชื่อเรียกการสอนปฏิบัติธรรมตามพระไตรปิฎกที่หลวงพ่อวัดปากน้ำอธิบายเท่านั้น เพราะ ยังไม่มีใครอธิบายการปฏิบัติธรรมในพระไตรปิฎกได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และสามารถที่จะปฏิบัติตามมาได้ก่อนเลย

คำอธิบายการปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น อธิบายได้ครอบคลุม ถูกต้อง ทุกพระสูตร หลวงพ่อวัดปากน้ำได้เขียนตำราไว้ และมีคนปฏิบัติตามได้ด้วย

เฉพาะการตรัสรู้ตามเวรัญชภัณฑ์สูตรนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำเขียนไว้ในหนังสือมรรคผลพิสดาร 1 ตามที่ผมแสดงไปแล้วด้านบน

ใครที่สนใจศาสนาพุทธ ขอให้ไปอ่านหนังสือทุกเล่ม การเทศน์ของพระทุกรูปในประเทศไทย ในโลกก็ได้  ไม่ใครอธิบายเรื่องวิชชา 3 ได้ดีเท่ากับหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกแล้ว

ส่วนใหญ่ ไม่กล้าลงลึกในรายละเอียดเสียด้วยซ้ำ พูดแต่หัวข้อเฉยๆ พระดังๆ หลายรูปไม่กล้าเอ่ยถึงวิชชา 3 เสียด้วยซ้ำไป เพราะ มันขัดกับวิทยาศาสตร์เก่าของนิวตัน

ประการสำคัญที่อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ  สายปฏิบัติธรรมบางสาย เช่น สายยุบหนอพองหนอ สายนามรูปฯ  รู้ว่าต้องใช้ “วิปัสสนาญาณ” ในการบรรลุพระอรหันต์ แต่ก็ไม่เคยอธิบายไว้อย่างถูกต้อง

ข้อผิดพลาดอย่างยิ่งของพวกยุบหนอพองหนอก็คือ “ทิ้งวิชชา 3” ไปเลย  ไปมั่วอธิบายแต่วิปัสสนาญาณ แต่อธิบายผิดๆ

โดยสรุป 

วิชาธรรมกายมีคำสอนให้บรรลุถึงพระอรหันต์ได้เช่นเดียวกับพระไตรปิฎก เพราะ วิชาธรรมกายเป็นคำอธิบายการปฏิบัติธรรมในพระไตรปิฎกของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

การอธิบายการปฏิบัติธรรมให้บรรลุพระอรหันต์นั้น ไม่มีสายปฏิบัติธรรมใด ไม่มีพุทธวิชาการคนใดในโลกนี้ อธิบายได้ดีเท่าหลวงพ่อวัดปากน้ำอีกแล้ว 

คำอธิบายของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น สามารถปฏิบัติตามได้ และมีคนปฏิบัติตามได้เป็นหมื่น เป็นแสนคน

แหล่งข้อมูล:






2 ความคิดเห็น: